Responsive image
เมนูหลัก
หน้าหลัก
อำนาจหน้าที่
เกี่ยวกับตำบล
ประวัติความเป็นมา
สภาพทั่วไป
สภาพสังคม
สภาพทางเศรษฐกิจ
การบริการพื้นฐาน
สินค้า OTOP
สถานที่สำคัญ/แหล่งท่องเที่ยว
เกี่ยวกับเรา
วิสัยทัศน์/พันธกิจ
นโยบายของผู้บริหารท้องถิ่น
ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา
โครงสร้างส่วนราชการ
สถานะการคลัง/งบประมาณ
แผนพัฒนาท้องถิ่น
บุคลากร
คณะผู้บริหาร
สมาชิกสภา
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคล
คณะกรรมการชุมชน
ชุมชนบ้านคลองมะขาม ม.๓ ตำบลอ่างแก้ว
ชุมชนบ้านคลองสาหร่าย ม.๔ ตำบลอ่างแก้ว
ชุมชนตลาดสดโพธิ์ทอง ม.๕ ตำบลอ่างแก้ว
ชุมชนบ้านตลาดเหนือ ม.๖ ตำบลอ่างแก้ว
ชุมชนบ้านห้วยลิงตก ม.๗ ตำบลอ่างแก้ว
ชุมชนบ้านอินทประมูล ม.๓ ตำบลอินทประมูล
ชุมชนบ้านอินทประมูล ม.๔ ตำบลอินทประมูล
ชุมชนบ้านวัดป่ามุนี ม.๕ ตำบลอินทประมูล
ชุมชนบ้านวัดใหม่บุญศิริ ม.๖ ตำบลอินทประมูล
ชุมชนบ้านวัดใหม่บุญศิริ ม.๗ ตำบลอินทประมูล
ชุมชนบ้านวัดเกาะ ม.๑ ตำบลบางพลับ
ชุมชนบ้านวัดเกาะ ม.๒ ตำบลบางพลับ
ชุมชนบ้านวัดเกาะ ม.๓ ตำบลบางพลับ
การบริการ
คู่มือหรือมาตรฐานการให้บริการ
ข้อมูลเชิงสถิติการให้บริการ
รายงานผลการสำรวจพึงพอใจการให้บริการ
E-service
การจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุ
แผนการจัดซื้อจัดจ้างหรือแผนการจัดหาพัสดุ
ประกาศต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุ
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุรายเดือน
รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุประจำปี
การจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต
แนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียน
ช่องทางแจ้งเรื่องเรียนการทุจริต
รายงานข้อมูลสถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริต
ข่าวสารเทศบาล
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวกิจกรรม
ผลการปฏิบัติงานตามแผนป้องกันการทุจริตฯ 4ปี
ปฏิทินกิจกรรม
ข่าวรับสมัครโอน/ย้าย
VDO กิจกรรมเทศบาล
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอิเล็คทรอนิกส์
ข่าวสารเครือข่าย
ข่าวประชาสัมพันธ์เครือข่าย
ข่าวกิจกรรมเครือข่าย
ปฏิทินกิจกรรมเครือข่าย
ข่าวรับสมัครโอน/ย้ายเครือข่าย
สินค้า OTOP เครือข่าย
การสุขาภิบาล
แนวคิดและหลักการด้านสุขาภิบาล
มาตรฐานการปฏิบัติงานสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ลิ้งที่เกี่ยวข้อง
สุขาภิบาลตลาดสด
ระเบียบ
หนังสือสั่งการ สถ.
พรบ./พรก.
กฎระเบียบกระทรวง
คำสั่ง สถ.
มติ ก. อบจ.
มติ ก. เทศบาล
มติ ก. อบต.
ข้อบัญญัติ
รายรับรายจ่าย
รายงานการประชุม
เว็บบอร์ด
พูดคุยเรื่องทั่วไป
ข้อเสนอแนะ ติชม
รับเรื่องราวร้องทุกข์
เว็บบอร์ดเครือข่าย
ติดต่อเรา
ติดต่อเรา
แผนที่ดาวเทียม
คู่มือประชาชน



หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สถานที่สำคัญ/แหล่งท่องเที่ยว
ประวัติความเป็นมา จังหวัดอ่างทอง
Responsive image
ประวัติความเป็นมา จังหวัดอ่างทอง
     พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน อ่างทอง จังหวัดซึ่งอุดมไปด้วยงานหัตถกรรมพื้นถิ่นไม่ว่าจะเป็นงานปั้นตุ๊กตาชาววัง การทำกลอง การทำอิฐดินเผา หรือการผลิตเครื่องจักสาน ทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดเพลงพื้นบ้านลิเก เป็นจังหวัดบ้านเกิดของนายดอกนายทองแก้ววีรชนคนกล้าในศึกบางระจัน นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยวัด ที่มีความสะอาดสวยงาม และมีจุดเด่นที่น่าสนใจมากมายกว่า ๒๐๐ วัด อันเป็นสถานที่ที่น่าศึกษาประวัติศาสตร์และเรื่องราวความเป็นมาในอดีตของชาติไทย อ่างทองเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ซึ่งนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ชื่อนายชอง บวสเซอลิเย่ (Dr.Jean Boisselier) พร้อมนักโบราณคดีจากกรมศิลปากรมาสำรวจพื้นที่จังหวัดอ่างทอง พบร่องรอยคูเมืองที่มีร่องน้ำโอบล้อมรอบเมืองตามรูปแบบคูน้ำคันดินชวากทะเล คูเมืองที่สำรวจพบ คือ บ้านคูเมือง ตำบลหัวไผ่ อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ในปัจจุบัน
     อ่างทองเดิมชื่อ เมืองวิเศษชัยชาญ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยบนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยาในการสู้รบกับกองทัพพม่า ดังปรากฏในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาหลายตอนโดยเฉพาะในช่วงก่อนกรุงศรีอยุธยาแตกใน ปีพ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าได้ใช้แขวงเมืองวิเศษชัยชาญเป็นที่ตั้งค่ายเพื่อตีกรุงศรีอยุธยาและทำให้เกิดการสู้รบครั้งสำคัญที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยนั่นคือ ศึกบางระจัน ปลายสมัยกรุงธนบุรีได้ย้ายที่ตั้งเมืองมาอยู่บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาที่บ้านบางแก้ว เรียกชื่อใหม่ว่า “อ่างทอง” เนื่องจากเป็นที่ลุ่มและอู่ข้าวอู่น้ำอันเป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่มีค่า จังหวัดอ่างทองเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนล่าง มีเนื้อที่ ๙๖๘ ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านสองสาย คือ แม่น้ำน้อย และแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดอ่างทองแบ่งการปกครองออกเป็น ๗ อำเภอ คือ อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอแสวงหา อำเภอป่าโมก อำเภอโพธิ์ทอง อำเภอไชโย และอำเภอสามโก้ มีอาณาเขตติดต่อคือ

อาณาเขต
     ทิศเหนือ  ติดต่อกับจังหวัดสิงห์บุรี
     ทิศตะวันออก  ติดต่อกับจังหวัดลพบุรีและพระนครศรีอยุธยา
     ทิศตะวันตก  ติดต่อกับจังหวัดสุพรรณบุรี
     ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของตำบลโพธิ์ทอง อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง 
     อ่างทองเป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำไหลผ่านถึง ๒ สาย คือ แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย เป็นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก ผู้คนจึงนิยมเข้าอยู่อาศัยทำมาหากิน ในสมัยโบราณก่อนกรุงศรี-อยุธยานับแต่สมัยทวารวดีเป็นต้นมา  นายบาส เชอลีเย นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้สำรวจพบและสันนิษฐานว่าเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ล่วงมาในสมัยกรุงสุโขทัยก็เข้าใจว่ามีคนอาศัยอยู่มากเช่นกัน หลักฐานที่น่าจะยืนยันได้ก็คือวัดร้างที่มีอยู่มากมายในท้องที่ของอ่างทอง มีหลายวัดแสดงว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยและจากการสังเกตลักษณะของพระพุทธรูปสำคัญ ๆ หลายองค์พบว่ามีลักษณะการสร้างแบบสุโขทัยด้วยคือ พระพุทธไสยาสน์วัดขุนอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง ในสมัยรัชกาลที่ ๖ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๙   ได้เสด็จประพาสลำแม่น้ำน้อยและลำแม่น้ำใหญ่  คราวนี้พระองค์ผ่านปลายเขตอำเภอป่าโมก ประทับร้อนที่วัดท่าสุวรรณ (วัดวิเศษชัยชาญในปัจจุบัน)  ซึ่งอยู่ใต้ที่ว่าการอำเภอวิเศษชัยชาญเดิมแล้วเสร็จขึ้นไปประทับแรมที่พลับพลาหน้าวัดเกาะ  หน้าที่ว่าการอำเภอโพธิ์ทอง (เดิม) รุ่งขึ้น เสด็จประพาสบ้านโพธิ์ทอง แล้วเสด็จกลับประทับแรมพลับพลาหน้าวัดเกาะอีก สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการจัดระเบียบการปกครองเป็นมณฑเทศาภิบาล เมืองอ่างทองได้ขึ้นอยู่ในปกครองของข้าหลวงเทศาภิบาลอยุธยา ซึ่งมีเมืองต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับมณฑลอยุธยาถึง ๘ เมืองด้วยกัน ขณะนั้นเมืองอ่างทองแบ่งการปกครองเป็นอำเภอมี ๔ อำเภอด้วยกันคือ อำเภอเมือง อำเภอไชโย อำเภอไผ่จำศีล และอำเภอโพธิ์ทอง
     กล่าวกันว่าที่ตั้งอำเภอโพธิ์ทองเดิมตั้งอยู่ที่หมู่บ้านโพธิ์ทอง ตำบลคำหยาด  มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับที่มาของบ้านโพธิ์ทองว่า หมู่บ้านแห่งนี้มีต้นโพธิ์ต้นหนึ่ง คืนวันหนึ่งได้เกิดอัศจรรย์ขึ้นที่ต้นโพธิ์แห่งนี้ คือมีทองลุกพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินตรงโคนต้นโพธิ์ ทองลุกโชติช่วงเปลวไฟสูงถึงยอด หลังจากทองลุกโชติช่วงต้น โพธิ์ต้นนั้นจึงมีสีเหลืองทองอร่ามไปทั้งต้น สีเหลืองนั้นจับอยู่เป็นเวลานานแล้วค่อยๆ จางหายไป ด้วยนิมิตที่ปรากฏขึ้นชาวบ้านในแถบนั้นจึงเรียกต้นโพธิ์นั้นว่า โพธิ์ทอง หมู่บ้านแห่งนั้นจึงได้ตั้งชื่อตามนิมิตที่เกิดขึ้นว่า บ้านโพธิ์ทอง มาตราบเท่าทุกวันนี้
     บ้านโพธิ์ทอง เคยเป็นที่ตั้งอำเภอมาก่อน ต่อมา พ.ศ. 2439 พระยาวิเศษชัยชาญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองในสมัยนั้น เห็นว่าที่ตั้งอำเภออยู่ไกลการคมนาคมไม่สะดวกจึงให้ย้ายที่ว่าการอำเภอโพธิ์ทองมาตั้งที่ตำบลห้วยลิง (ปัจจุบันคือตำบลอ่างแก้ว) และให้เรียกว่า ที่ว่าการอำเภอห้วยลิง
     ต่อมา พ.ศ. 2443 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอห้วยลิงไปตั้งทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำน้อยในท้องที่หมู่ที่ 9 ตำบลคลองสาหร่าย และเปลี่ยนชื่ออำเภอห้วยลิง เป็นอำเภอโพธิ์ทองตามชื่อเดิมตราบเท่าทุกวันนี้

วัฒนธรรมพื้นบ้านของอำเภอโพธิ์ทอง
     ในท้องที่อำเภอโพธิ์ทองมีวัฒนธรรมพื้นบ้านที่ยังทำกันอยู่บ้าง คือ หัตถกรรมพื้นบ้านเกี่ยวกับเครื่องจักสาน และการทำข้าวซ้อมมือที่วัดข่อย ส่วนที่ไม่มีคนทำหรือไม่ปฏิบัติกันแล้วก็มีมากมายเช่น เพลงพื้นบ้าน หัตถกรรมพื้นบ้านเกี่ยวกับเครื่องจับสัตว์น้ำ หัตถกรรมพื้นบ้านเกี่ยวกับการทำมาหากิน หัตถกรรมพื้นบ้านเกี่ยวกับการแสดง การละเล่นพื้นบ้าน และอาหารพื้นบ้าน เป็นต้น จะได้กล่าวถึงวัฒนธรรมพื้นบ้านเหล่านี้ตามลำดับไป

อาหารพื้นบ้าน
     อาหารพื้นบ้านที่ทำรับประทานกันในสมัยก่อน ปัจจุบันไม่ค่อยมีคนทำกันแล้ว เช่น แกงบอน แกงอ่อม กะปิคั่ว ปลาเจ่า ปลาร้าสับ ปลาร้าหลน ปลาตะเพียนต้มเค็ม ปลาย่างรมควัน ต้มโคล้งปลาย่าง ขนมกรวย ขนมขุยหนู และขนมจีน
     สำหรับขนมจีนซึ่งมีวิธีทำแบบดั้งเดิม  คือนำข้าวไปแช่น้ำ 1-2 วัน แล้วนำไปโม่ กรองแป้งด้วยผ้าขาวบาง นำไปใส่ถุงผ้าดิบกรองอีกครั้ง นำมาทับด้วยหินเพื่อรีดน้ำ ปั้นแป้งเป็นลูกกลม นำไปต้ม โขลกแป้งให้ละเอียด ผสมน้ำร้อน กรองด้วยผ้าขาวบางอีกครั้ง นำไปใส่ภาชนะโรยเส้นในน้ำเดือด พอสุกตักแช่น้ำและจับเป็นหัวใส่กระจาดรอง ด้วยใบตองหรือใบมะยม การทำขนมจีนแบบนี้ไม่ค่อยมีคนทำกันแล้วเพราะไม่ทันขาย
     สำหรับอาหารพื้นบ้านที่มีคนทำขายกันบ้าง จะหาซื้อรับประทานได้บ้าง เช่น ขนมกง ขนมตาล ขนมกล้วย ขนมครก ขนมใส่ไส้ ขนมถ้วย ขนมถ้วยฟู น้ำกะทิแตงไทย เม็ดขนุน และทองหยิบฝอยทอง เป็นต้น

โพสเมื่อ : 25 ก.ค. 2554